เข้าหน้าฝนแบบนี้ต้องไปหาผักกิน ที่ปากช่องกันดีกว่า
วันนี้เราจะไปหาผักสลัดอร่อยๆ หวานกรอบหม่ำกันที่ปากช่องค่ะ คุณหมอรัชภูมิ เผ่าเสถียรพันธ์ เจ้าของภูเพชรรีสอร์ทใจดีแวะพาเรามาที่ “บ้านไร่ปวริศ” เพราะที่นี้ขึ้นชื่อเรื่องผักสดๆ รสชาติดี้ดี ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจทุกรายไป ที่สำคัญเค้ายังมีผักผลไม้ขึ้นชื่อ อย่าง เมลอนหวานกรอบชื่นใจ องุ่นสดๆจากไร่ อย่างองุ่นไข่ปลา องุ่นไร้เมล็ด (แบล็คโอปอ) และมะเขือเทศรูปหัวใจ ที่เป็นพันธ์นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีรูปทรงกระทัดรัดเป็นรูปหัวใจน่ารักอาโนเนะ แถมรสชาดยังหวานกรอบเหมือนทานผลไม้มากกว่าผัก สามารถกัดทานสดๆได้เลยน้ำหวานชุ่มลิ้น แถมยังมีวิตามิน A, B, C และ K อีกทั้งสาร “ไลโคปิน” ที่ป้องกันมะเร็งได้ด้วย



ที่สำคัญเคล็ดลับการปลูกผักของที่นี่ก็ยังเก๋กู๊ดอย่าบอกใคร เพราะคุณ แสงชัย ดำรงสินสวัสดิ์ เจ้าของไร่นี้คิดค้นวิธีปลูกพืชโดยไม่ต้องใช้ดินมาใช้กับผักที่นี่ด้วย แหม..ต๋ายตาย ผักพวกนี้ปลูกโดยไม่ต้องใช้ดินหรอกหรือนี่ ทำไมลูกมันทั้งโตทั้งใหญ่น่าหม่ำอย่างนี้ล่ะค่ะ ไม่ได้การแล้วเห็นทีฉันต้องไปขอเคล็ดลับสักหน่อยแล้ว และก็ได้ทราบว่าคุณแสงชัยเค้าใช้ใยมะพร้าวแทนการใช้ดินค่ะเพราะในดินอาจมี โรคพืชปนอยู่ได้ เค้าเลยเปลี่ยนมาให้ธาตุอาหารทางใยมะพร้าวแทน เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารที่เหมาะสมอย่างครบถ้วนยังไงล่ะค่ะ เพียงเท่านี้พืชผักก็จะเจริญเติบโตงอกงาม น่าหม่ำอย่างที่เห็น
นอก จากจะปลูกผักโดยใช้ใยมะพร้าวแล้ว คุณแสงชัยยังปลูกกล้วยไม้ในถ่านได้งอกงามอย่าบอกใคร แหม..มีกลเม็ดเด็ดพรายมากมายแบบนี้ มิน่าล่ะผักผลไม้ที่นี่ถึงโตได้โตดี เพราะเค้าพัฒนากรรมวิธีการปลูกอยู่ตลอดเวลาแบบนี้นี่เอง
หลังจากรู้เคล็ดลับการปลูกผักสดๆในไร่ไปแล้ว ฉันก็เลือกชิมเลือกซื้อผักผลไม้สดๆส่งตรงถึงไร่ ไหนๆก็ได้มาเยือนถึงที่ คุณจิรารัตน์ภรรยา คนสวยของคุณแสงชัยใจดีเอาผลไม้มาให้ชิมซะเยอะเลย โดยเฉพาะเมล่อน และองุ่นสดๆที่หวานอร่อยสุดยอดไม่แพ้มะเขือเทศรูปหัวใจเลยล่ะ (เพราะเค้ามีเครื่องวัดความหวานเพื่อให้ได้มาตราฐานเดียวกันก่อนจะเก็บจาก ต้นทุกครั้ง) สรุปว่าวันนี้ฉันชิมไปซะจนอิ่มแปล้มากกว่าที่ซื้อกลับมาอีกนะเนี่ย แหม..อายจัง (ต้องขอขอบคุณมากๆค่ะ แถมราคาผักผลไม้ยังไม่แพงอย่างที่คิด ตรงนี้ชอบจริงๆเล้ย)


พอออกมาจากบ้านไร่ปวริศฉันก็แวะเข้าไปดูการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ (หรือการปลูกผักแบบรากแช่น้ำ) ที่สวน ส.ส.ฟาร์ม ผักสลัดที่นี่เขียวสดน่าหม่ำดีจัง แถมสวนผักยังอยู่ติดเชิงเขาบรรยากาศดี๊ดี อากาศนี้สดชื่น หายใจชุ่มปอด ที่สำคัญยังเป็นผักปลอดสารพิษ เป็นเกษตรกรรมแบบครัวเรือน ถึงแม้หนทางเข้าไปจะไกลอยู่ซักหน่อย ดูวกวนเหมือนเขาวงกตแต่พอมาถึงแล้วต้องร้อง ว้าว…มหัศจรรย์ธรรมชาติจริงๆค่ะ
หลาย คนคงอยากรู้แล้วใช่มั้ยว่าการปลูกผักแบบไฮโดรโพนิกส์เป็นยังไง จริงๆแล้วก็คือความคิดต่อยอดมาจากการปลูกพืชบนดินดีๆนี่เอง เพียงแต่การปลูกแบบนี้ เค้าจะนำรากพืชไปแช่ในน้ำที่ควบคุม แร่ธาตุ สารอาหาร และปริมาณน้ำที่พืชต้องการ ทำให้ผักโตเร็วงอกงาม แถมยังสดมากๆเลยล่ะ แต่ก็มีการปลูกผักอีกแบบหนึ่งนะเรียกว่าการปลูกแบบใช้รากอากาศ หรือแอโรโพนิกส์ การปลูกแบบนี้หน้าตาก็จะคล้ายๆกับการปลูกแบบไฮโดรโพนิกส์เหมือนกัน แต่จะแตกต่างตรงที่ รากพืชจะลอยอยู่บนอากาศ และจะมีการตั้งเวลาเพื่อฉีดน้ำและสารอาหารให้พืชเป็นระยะๆ แต่วิธีนี้ค่อนข้างสิ้นเปลือง จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมปลูกในบ้านเราเท่าไหร่นัก



วันนี้ ได้รู้เคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการปลูกผักเยอะเลย แถมยังได้หม่ำผักสดๆไปซะจนเต็มท้อง ทำให้ถ่ายคล่องไปอีกหลายวัน แต่การเดินทางท่องเที่ยวในเมืองปากช่องยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ก่อนที่จะบึ่งรถกลับ กทม. คุณหมอรัชภูมิ(เจ้าเก่า)สะกิดบอกว่าขอเลี้ยงข้าวสักมื้อ ที่ร้านเพชรสายชล ที่หมอเป็นเจ้าของกิจการอีกแห่ง เมื่อหมอจัดมา..เราก็จัดไป เรื่องกินเรื่องใหญ่ ขืนปฏิเสธไป..เสียมารยาทแย่ จริงมั้ย!!
ปล. คราวหน้าพลาดไม่ได้อาหารแนะนำเมืองปากช่อง ที่ใครมาแล้วพลาดชิมจะแสนเสียดาย ได้รับการันตีจากหลากสำนัก(ทั่วประเทศ) เชลล์ไม่ต้องชวนเพราะอิฉันชิมแล้ว แซ่บหลาย…ขอบอก
บ้านไร่ปวริศ http://www.paovaris.com
@MangMoA
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://blog.tourismthailand.org


