ผลการค้นหา " คิดไ่ม่ออกจะไหนดี " พบ 1 จากทั้งหมด 1 รายการ (0.033 วินาที)
-
คิดไม่ออกจะไหนดี นี่เลยตลาดน้ำอัมพวา
คิดไม่ออกจะไหนดี นี่เลยตลาดน้ำอัมพวา
วันนี้เราจะไปเที่ยวอัมพวากันค่ะ “อัมพวา” หรือที่รู้จักกันดีในนามตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็นของเมืองสมุทรสงคราม ที่เปิดขายของกันตั้งแต่ 4 โมงเย็นไปจนถึงประมาณ 3 ทุ่ม ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ต่าง จากตลาดน้ำแห่งอื่นที่มักจะมีตอนเช้าๆ อย่าง ตลาดน้ำดำเนินสะดวก หรือตลาดน้ำท่าคาที่จะมีเฉพาะวันขึ้น-แรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ตามปฏิทินจันทรคติ
ตลาด น้ำยามเย็นอัมพวาเป็นตลาดน้ำย้อนยุค ที่ยังคงอนุรักษ์วิธีชีวิตริมคลองอัมพวาไว้อย่างน่าชื่นชม บ้านเรือนที่นี่ถึงแม้จะถูกปรับปรุงใหม่ให้ดูสวยงามขึ้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์โดดเด่นของบ้านเรือนริมคลองเมื่อสมัย 100 กว่าปีไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เราสามารถเดินชมบรรยากาศของเรือนแถวไม้ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดสองฝั่งคลอง แต่ที่น่าสนใจคือบริเวณบ้าน “พิพิธภัณฑ์วันก่อน” ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวอัมพวาในอดีต มาจัดแสดงไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา
เมื่อ เดินชมบ้านเรือนริมคลอง จนเมื่อยน่องแล้วก็ต้องพักหาอะไรอร่อยๆหม่ำกันสักหน่อย ที่นี่จะมีเรือพายมาขายอาหาร ผลไม้กันคึกคัก แต่ที่เป็นไฮไลท์ที่คนต่อแถวกันยาวเหยียดเห็นจะเป็นอาหารทะเลพวกกุ้งเผาตัว โตๆ อันนี้เป็นที่นิยมกันมาก ส่วนขนมหวานก็เรียกว่ามีสารพัด ละลานตาจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว แต่ของหวานที่ขึ้นชื่อของที่นี่เห็นจะเป็นบรรดาลูกชุบทั้งหลาย และน้ำแข็งใสร้าน “กาญจนาพานิช” เจ้าอร่อย ที่มีสูตรเฉพาะไม่เหมือนใคร แถมยังมีเมนูเก๋ไก๋ชื่อแปลกๆอย่าง ปังติน มะละกอแดง กล้วยแดง ให้ลองลิ้มชิมรสอีกด้วย แต่ถ้าใครชอบดื่มกาแฟขอแนะนำร้านกาแฟโบราณ “สมานการค้า” ร้านนี้เค้าคั่วเมล็ดกาแฟเองถึงจะไม่ใช่กาแฟสดสไตล์ยุโรป แต่ก็เป็นกาแฟไทยๆสูตรดั้งเดิมขนานแท้ แถมยังตกแต่งร้านซะเก๋ไก๋จนอดใจที่จะเข้าไปดื่มสักแก้วไม่ได้ จะดื่มกาแฟทั้งทีก็ต้องมีขนมหวานแกล้มด้วยถึงจะคล่องคอค่ะ ขอแนะนำขนมเปี๊ยะเจ้าเก่าแก่ที่ร้านอยู่ใกล้ๆกันนั่นล่ะ ชื่อ “เฮงกี่” มี ขนมเปี๊ยะหลายไส้หลายรสให้เลือกชิมเลือกช็อปกลับไปฝากคนที่บ้านกันตามสะดวก แต่ถ้าใครมาเช้าหน่อยขอแนะนำให้เดินข้ามคลองไปฝั่งในตลาดจะมีร้านขายชา-กาแฟ ยามเช้า ชื่อ“โอชารส” ถือว่าเป็นสภากาแฟของคนที่นี่ก็ว่าได้ ทั้งรสชาดและบรรยากาศย้อนยุคได้ใจ






สำหรับคอนเซ็ปต์ของการมาเที่ยวอัมพวากก็คือ “กลางวันเที่ยววัด กลางคืนไปดูหิ่งห้อย” เพราะที่นี่มีวัดเก่าแก่อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างวัดจุฬามณี ที่มีจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยา หรือวัดบางแคน้อย ซึ่งมีอุโบสถไม้ที่แกะสลักด้วยไม้สักอย่างงดงาม และโบสถ์มหาอุต วัดบางกุ้งซึ่งปกคลุมไปด้วยรากไทรและไม้ใหญ่ที่ดูเก่าแก่งดงามแปลกตา นอกจากนี้ยังมีอุทยาน ร.2 ซึ่งเป็นบ้านเรือนไทยหมู่ 5 หลังที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2) ซึ่งเชื่อกันว่าในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นนิวาสถานดั้งเดิมของพระองค์ท่าน
เมื่อ โพล้เพล้ใกล้ค่ำก็ถึงเวลาที่จะออกเดินทางไปดูหิ่งห้อยกันแล้วล่ะค่ะ หน้าที่เหมาะจะมาดูหิ่งห้อยมากที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงเดือนตุลาคม-ปลายพฤศจิกายน โดยล่องเรือไปตามคลองอัมพวา แล้วออกแม่น้ำแม่กลอง แต่ที่มีหิ่งห้อยบนต้นลำพูให้ชมมากเป็นพิเศษคือบริเวณคลองผีหลอก (ชื่อ ออกจะน่ากลัวอยู่สักหน่อย แต่ไม่มีผีในคลองมาหลอกหรอกนะค่ะ) หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าหิ่งห้อยจะอยู่แต่ใต้ต้นลำพูเท่านั้น จริงๆแล้ว..หิ่งห้อย ชอบอาศัยอยู่ตามพุ่มไม้ที่มีใบโปร่ง อย่างต้นแสม ต้นโกงกาง ต้นโพทะเล และตามหนองน้ำสะอาดค่ะ แต่สาเหตุที่พวกมันชอบอยู่ตามต้นลำพูก็เพราะ ต้นลำพูมีขนที่ใบ ทำให้มีน้ำค้างมาเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของหิ่งห้อย เพราะหิ่งห้อยกินน้ำค้างเป็นอาหารยังไงล่ะค่ะ

การ ชมหิ่งห้อยที่ดีที่สุดคือ เราต้องรบกวนหิ่งห้อยให้น้อยที่สุด ไม่ส่องไฟหรือแสงสว่างไปหามัน ควรดูอยู่ห่างๆอย่างเงียบๆ ไม่จับต้องหรือเขย่ากิ่งไม้ จอดเรืออยู่ห่างประมาณ 20-30 เมตร สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้ก็เพราะ ช่วงเวลาประมาณ 19.00-20.00 น.เป็น ช่วงเวลาที่หิ่งห้อยจะผสมพันธ์และวางไข่ ที่เห็นพวกมันกระพริบแสงวิบวับไปมาจริงๆแล้วก็เพื่อหาคู่นั่นเองค่ะ แต่ปัจจุบันหิ่งห้อยที่แม่กลองมีปริมาณลดลงเป็นจำนวนมาก จึงน่าเป็นห่วงว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหิ่งห้อยอาจจะสูญพันธ์ก็เป็นได้ ดังนั้นเราจึงต้องร่วมกันอนุรักษ์ไว้ตั้งแต่วันนี้


นอก จากหิ่งห้อยจะเปล่งแสงระยิบระยับงดงามยามค่ำคืนแล้ว หิ่งห้อยยังมีประโยชน์ในการบ่งชี้คุณภาพน้ำในลำคลองอีกด้วย ถ้าที่ใดมีหิ่งห้อยก็แสดงว่าบริเวณแม่น้ำลำคลองสายนั้นสะอาดปราศจากมลพิษ และเพื่อนๆทราบมั้ยค่ะว่าวงจรชีวิตของหิ่งห้อยนี้ก็สั้นมากๆเลยล่ะค่ะ พวกมันมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ควรเที่ยวชมหิ่งห้อยอย่างรู้คุณค่าและอนุรักษ์พวก มันไปพร้อมๆกันนะค่ะ
@ManGMoA
ข้อมูลตลาดน้ำอัมพวา
- เปิดทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 16.00-21.00 น.
- ค่าเรือชมหิ่งห้อยคนละ 60 บาท เหมาลำ 600 บาท (ติดต่อลงเรือได้ที่ตลาดน้ำอัมพวา มีท่าเรือให้บริการอยู่หลายแห่ง)
การเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว จากตัว จ.สมุทรสงครามใช้ทางหลวงหมายเลข 325 ไปทางเดียวกับ อ. ดำเนินสะดวก และอุทยาน ร. 2 ประมาณ 6 กม. ก่อนถึงสามแยกไฟแดง มีทางแยกซ้ายเข้า อ. อัมพวา เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 800 เมตร ทางแยกซ้ายมือเข้าตลาดน้ำอัมพวา
- รถประจำทาง ขึ้นรถกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก ลงที่ตลาดน้ำอัมพวา และรถสายกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ลงที่สถานีขนส่งอัมพวา แล้วต่อรถสายแม่กลอง-อัมพวา-บางนกแขวก ลงที่ตลาดน้ำอัมพวาขอบคุณบทความจาก
Pantita Boonyarit
http://blog.tourismthailand.org/blog3/?p=384


